| ออแพร์รุ่นพี่ |
|
พงศ์อิศเรศ พรหมรุ่งเรือง (บอลลูน) มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ( เกียรตินิยมอันดับ 1 ) ออแพร์ เยอรมัน 19 กุมภาพันธ์ 2551
ธัญญ่าสัมภาษณ์บอลลูนผ่าน web Thaiaupairclub ทำไมถึงอยากเป็นโอแพร์? อันนี้ก็ยังนึกขำตัวเองอยู่จนถึงทุกวันนี้ว่าคิดได้ยังไงให้ตายเถอะโรบิ้น ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เยอรมันมาก่อน และชอบที่นี่มากกกกคิดว่าอยากกลับมาเรียนภาษา ต่อที่นี่ กลับไปเตรียมเรื่องวีซ่าแต่ดันมีปัญหาเรื่องเอกสารขอวีซ่านร. แต่มานึกขึ้นได้ว่ามี เพื่อนไปเป็นออแพร์อยู่อเมริกา ก็เลยจัดการหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทันที แล้วก็เจอข้อมูลว่า ผู้ชายก็เป็นออแพร์ได้ มะเคยรู้มาก่อน แถมมีในประเทศเยอรมันด้วยอีก เลยดีใจสุดๆ จึง ตัดสินใจว่าเราจะไปเรียนภาษาเยอรมันผ่านโครงการออแพร์นี่ล่ะ รู้จักออแพร์โอเวอร์แลนด์ได้ยัง?อินเตอร์เน็ตเลย คลิกก็เด้งขึ้นมาเลยย ฮ่าๆ เล่าชีวิตการเป็นออแพร์ซักนิสสั้นๆมีหน้าที่อะไรบ้าง?ยังไงดีล่ะ ต้องบอกกันตรงๆว่า มีทั้งช่วงเวลาดีๆและไม่ดี อยู่บ้าง การทำงานกับเด็กอันนี้ต้องทำใจ ธรรมชาติของเด็กจริงๆถ้าเราปรับเข้าหาเค้าเรียนรู้ ธรรมชาติเค้า ก็จะสบายใจขึ้น เพราะการอยู่กับเด็กขอยอมรับว่าไม่ง่ายหรือหมูอย่างที่คิด จึงสำคัญจริงๆที่ต้องมีความรักเด็กเป็นเบื้องต้นก่อนมา เราอยู่กินกับครอบครัวเค้า ก็ต้องปรับตัวเข้าหาธรรมชาติบ้านเค้าซักนิส… ไม่ใช่นึกอยากจะเอาปลาร้า กะปิ มานั่งกินเหมือนบ้านเราอันนี้ก็นะ มีวินัย รู้เวลา ตอนไหนควรทำอะไร มีความรับผิดชอบ เพราะเหมือนบางทีเค้าอาจดูเหมือนไม่สนใจแต่ความจริงเค้าแอบสังเกตตลอดว่าเราดูแลลูก เค้าดีมากน้อยแค่ไหน เผอิญโชคดีเจอพ่อแม่ที่เข้าใจเรามากกว่าลูก เวลาเด็กงอแง หรือมีปัญหาเค้าก็จะเข้าใจเราไม่เข้าข้างลูกให้เราวางตัวลำบาก ถือว่าโชคดี ได้อะไรจากการเป็นออแพร์บ้าง?อย่างแรกภาษา สำคัญที่สุด ได้เพื่อนใหม่ไม่ใช่แค่เฉพาะคนเยอรมัน มีทั้งญี่ปุ่น เกาหลี จีน และอื่นๆซึ่งทุกวันนี้ก็ยังติดต่อหากัน เป็นของขวัญที่ประเมินค่าไม่ได้ นาน และแน่นอน ได้เรียนรู้การอยู่กินกับชาวตะวันตก เผอิญแม่บ้านเป็นคนอังกฤษพ่อบ้านเป็นคนเยอรมัน เลยได้วัฒนธรรมจากทั้งสองประเทศเลย และแฟมิลี่ก็รักเรามาก เป็นความทรงจำและ ความสัมพันธ์ที่ดีๆให้เก็บไว้ต่อไป แผนการอนาคตบอกได้มั้ย ตั้งใจว่าจะทำอะไรต่อไปหลังจบโครงการ?ตั้งใจจะย้ายไปอยู่เบอรลินคงเรียนและทำงานที่นั่น เก็บตังค์อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง พูดถึงออแพร์โอเวอร์แลนด์ ซักนิส…?เราเคยคิดว่าเราจะมาร่วมโครงการหนึ่งปีจบแล้วก็คือจบไม่ได้คาดหวังอะไรมาก จากเอเจนซี่ แต่ไม่เลย เราได้พี่สาวที่น่ารักมาหนึ่งคน ขอเอยนามเลยว่าคือพี่ตั๊กเจ้าของโครงการ สิ่งที่เห็นอย่างหนึ่งคือโอแพร์โอเวอร์แลนด์ ทำงานอยู่บนพื้นฐานของคำว่า ความปรารถนาดี ไม่รู้ยังไงนะ แต่พี่ๆทุกคนทำให้เรารู้สึกอย่างนั้น เค้าไม่ได้สนใจแต่ว่า คุณจะจ่ายตังค์เค้าครบ มั้ยเมื่อไร แต่เค้าดูว่าคุณฝันอยากเป็นอะไร อะไรจะทำให้คุณมีความสุขที่นั่น และถ้ามีโอกาส ดีๆ ที่นั่น พี่เค้าก็ไม่รอช้าที่จะหยิบยื่นให้คุณ เคยต้องย้ายครอบครัว ถึงสองครั้ง แต่ไม่เคย ตกใจกลัว หรือกังวลเลย เพราะรู้ว่าพี่ๆเอเจนซี่ทั้งที่เมืองไทยและที่เบอร์ลิน จะไม่ปล่อย ให้ เราลำบากแน่นอน และก็เป็นอย่างงั้นมาตลอด งั้นไงก็ขอบคุณผ่านทางนี้อีกครั้งนะครับ สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆที่สนใจอยากเป็นออแพร์บ้าง?ถามตัวเองก่อนเลยว่าอยู่กับเด็กได้มั้ย เพราะถ้าคุณเจอบ้านที่เด็กเรียบร้อยก็จะไม่ห่วง แต่ถ้าเจอบ้านที่ขนาดพ่อแม่ยังแทบอยากจะวิ่งเอาหัวชนฝา นั่นแสดงว่าคุณต้องมี
|